-
-
ข้อมูลการบริการ
-
นโยบายของนายกเทศมนตรีตำบลนิคม
-
บทสรุปของผู้บริหารท้องถิ่น
-
การขับเคลื่อนนโยบาย NO GIFT POLICY จากการปฏิบัติหน้าที่และการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ
-
รายงานผลการประชุมสภาเทศบาลตำบลนิคม
-
ประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
-
การประเมินจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ
-
นโยบายไม่รับของขวัญ (No Gift Policy)
-
การสร้างวัฒนธรรม No Gift Policy
-
รายงานผลตามนโยบาย No Gift Policy
-
แผนปฎิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี
-
การขับเคลื่อนจริยธรรม
-
ประชาสัมพันธ์งานภาษีท้องถิ่น
-
การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนของ อปท.ตาม พ.ร.บ.การดำเนินความสะดวก พ.ศ.2558
-
การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
-
การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการ
-
การขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์
-
การรับชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน
-
การรับชำระภาษีป้าย
-
การขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร
-
การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
-
การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล
-
การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร พืนที่เกิน 200 ตารางเมตร
-
การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
-
การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล
-
การขอหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร
-
การออกหนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้างและที่ดินภายในเขตเทศบาลตำบลนิคม
-
การขอรับบำเหน็จปกติหรือบำเหน็จรายเดือนของลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
การขอรับบำเหน็จปกติของทายาท (กรณีลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงแก่กรรม)
-
การขอรับบำเหน็จพิเศษของทายาท (กรณีลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงแก่กรรมอันเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน้าที่)
-
การขอรับบำเหน็จพิเศษของลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
ขอรับบำเหน็จพิเศษรายเดือนของลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) ตามพ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
-
การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) ตามพ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
-
การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) ตามพ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
-
คู่มือบริการประชาชน การขอใช้น้ำประปา
-
-
รายงานผลการป้องกันการทุจริต e-PlanNACC
-
รายงานผลการปฏิบัติงานตามนโยบายของนายกเทศมนตรี
-
รายงานผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาเทศบาลตำบลนิคม
-
แผนและความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ (รอบ 6 เดือน)
-
รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
-
คู่มือการปฏิบัติงาน
-
คู่มือการให้บริการ
-
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือจัดหาพัสดุรายเดือน
-
แผนการดำเนินงาน
-
แผนการจัดชื้อจัดจ้างหรือแผนการหาพัสดุ
-
มาตรฐานการให้บริการ
-
เทศบัญญติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
-
รายงานผลการจัดชื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี
-
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือน
-
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการประชาชนตามภารกิจ
-
สถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
-
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
-
หลักเกณฑ์การบริหารทรัพยากรบุคล
-
รายงานผลการบริหาร และพัฒนาทรัพยากรบุคคล
-
การดำเนินการตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล
-
มาตรการภายในเพื่อป้องกันการทุจริต
-
การประเมินความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริต
-
การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต
-
รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการให้บริการ
-
คู่มือแนวทางการดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน
-
แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2561 - 2565
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2566 - 2570
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 - 2570) เพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2565
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 - 2570) เพิ่มเติมคร้งที่ 1/2566
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 - 2570) แก้ไข ครั้งที่ 1/2566
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 - 2570) เพิ่มเติม ครั้งที่ 2 / 2566
-
แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ.2566-2570 เพิ่มเติมครั้งที่ 1/2568
-
-
รายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริตของหน่วยงาน
-
รายงานการกำกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
-
รายงานผลการดำเนินการเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
-
แผนการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
-
รายงานผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงาน
-
แผนอัตรากำลัง 3 ปี
-
มาตรการส่งเสริม คุณธรรม และความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
-
รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงาน ประจำปี รอบ 6 เดือนแรก
-
การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
-
รายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา
-
เผยแพร่ชุดวีดีทัศน์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs)ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับเปลี่ยน สู้ความยั่งยืนของคนไทยและโลกเรา
-
การประเมินความเสี่ยงการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ
-
การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริตและประพฤติมิชอบ
-
การเปิดโอกาสการมีส่วนร่วม
-
ผลการประเมินผลมาตฐานขั้นต่ำการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
ผลการลดใช้พลังงาน
-
มาตรการประหยัดพลังงานเทศบาลตำบลนิคม
-
นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล
-
ข้อห้ามและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการรักษาวินัยของข้าราชการ และพนักงานจ้างเทศบาลตำบลนิคม
-
เว็ปไซต์การยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
แนวทางปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน
-
การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร พ.ศ. 2565
-
ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียน การทุจริตและประพฤติมิชอบ
-
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็น
-
e-service ระบบรับบริการออนไลน์
-
e-service (แบบยื่นคำร้องขอรับบริการออนไลน์)
-
ช่องทางการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์
-
นโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเทศบาลตำบลนิคม
-
ฐานข้อมูลผู้สูงอายุ
-
ฐานข้อมูลคนพิการ
-
ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น
-
รายงานผลข้อร้องเรียน/ร้องทุกข์
-
ฐานข้อมูลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
-
รายงานผลการประเมิณความพึงพอใจ
-
รายงานข้อมูลการใช้สนามกีฬา และลานกีฬาภายในเทศบาลตำบลนิคม
-
การกำหนดสมัยประชุมสามัญ การประชุมสภาสามัญ และการนัดประชุมสมัยสามัญ
-
สถานที่ท่องเที่ยว ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนิคม
-
ของดีตำบลนิคม
-
การส่งเสริมและบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace)
-
แบบเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายอุดหนุนเฉพาะกิจของ อปท.
-
คู่มือยริการประชาชน
-
แบบเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายเงินสะสมของเทศบาลตำบลนิคม
-
การนำผลการประเมิน ITA ไปสู่การพัฒนาองค์กร
-
-
สมัครรับข่าวสาร
-
3 คาร์ดิโอยอดฮิต เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เลือกแบบไหนให้กระดูกอ่อนยังฟิต
โดย:
RobRuThai
[IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-06-16 14:50:47
3 คาร์ดิโอยอดฮิต เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เลือกแบบไหนให้กระดูกอ่อนยังฟิตและห่างไกลความเสื่อม
พออายุเริ่มขยับเข้าใกล้เลขสามเลขสี่ เสียงดังก๊อบแก๊บในข้อต่อเวลาลุกหรือนั่งก็เริ่มตามมาประท้วงให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ จนหลายคนเริ่มจิตตกไม่กล้าขยับตัวแรง เพราะกลัวว่ากระดูกอ่อนจะสึกหรอก่อนวัยอันควร แต่รู้ไหมว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เพราะกลัวเจ็บนั่นแหละคือตัวการเร่งให้เกิดภาวะ ข้อเข่าเสื่อม ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเสียอีก! เพราะกระดูกอ่อนในข้อเข่าไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงโดยตรง มันต้องอาศัยการขยับเขยื้อนร่างกายเพื่อปั๊มน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าให้ไหลเวียนนำสารอาหารไปชุบชีวิตเนื้อเยื่อ ทีนี้พอบอกให้ออกกำลังกาย คำถามโลกแตกที่ตามมาทันทีคือ ระหว่างการเดินทอดน่อง การออกวิ่งรับลม หรือการปั่นจักรยานสองล้อ กิจกรรมไหนกันแน่ที่เป็นมิตรต่อข้อต่อและช่วยยืดอายุหัวเข่าของเราได้ทรงประสิทธิภาพที่สุด มาร่วมถอดรหัสความจริงทางการแพทย์ไปพร้อมกันเลย
ปั่นจักรยาน ทางเลือกนุ่มนวลที่ช่วยเซฟข้อต่อได้อย่างน่าอัศจรรย์
สาเหตุที่การปั่นจักรยานดีต่อคนที่มีความเสี่ยงภาวะ ข้อเข่าเสื่อม เป็นเพราะน้ำหนักตัวส่วนใหญ่ของเราจะถูกโอนย้ายไปลงที่อานจักรยานเรียบร้อยแล้ว เข่าของเราจึงไม่ต้องแบกรับแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวโดยตรงเหมือนกับการออกกำลังกายบนพื้นราบ ในขณะที่เรากำลังปั่น ขาของเราจะเคลื่อนไหวเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขบวนการนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อได้ดีมาก แถมยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ทำหน้าที่เหมือนเบรกมือคอยลดแรงกดทับที่จะตกลงสู่ลูกสะบ้าหัวเข่าของคุณเวลาเดินหรือขึ้นลงบันไดในชีวิตประจำวัน
การเดิน VS การวิ่ง สรุปแล้วแรงกระแทกทำร้ายหรือช่วยสร้างเข่ากันแน่
ขยับมาดูการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดอย่างการเดิน และการวิ่งที่มีข้อถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าสรุปแล้วมันส่งผลดีหรือผลเสียต่อข้อต่อของเรากันแน่ หากวัดกันที่ความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ "การเดิน" ย่อมเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะกับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก เพราะจะมีเท้าข้างหนึ่งแตะพื้นอยู่ตลอดเวลา แรงกระแทกที่สะท้อนกลับขึ้นมาที่หัวเข่าจึงต่ำมาก
แต่สำหรับ "การวิ่ง" นั้น มีข้อมูลงานวิจัยยุคใหม่ที่พลิกความเชื่อเดิม ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง! หลายคนคิดว่าการวิ่งจะทำให้ ข้อเข่าเสื่อม เร็วขึ้น แต่ความจริงแล้ว หากเป็นการวิ่งในระดับที่พอดี (Moderate Running) แรงกระแทกที่เกิดขึ้นในจังหวะที่เท้าแตะพื้นจะกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารไปซ่อมแซมและเพิ่มความหนาแน่นให้กระดูกอ่อน รวมถึงกระดูกใต้กระดูกอ่อนให้แข็งแกร่งขึ้น คล้ายกับการเวทเทรนนิ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อโตขึ้นนั่นเอง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะวิ่งหักโหมมากเกินไป หรือวิ่งในขณะที่โครงสร้างร่างกายยังไม่พร้อมเท่านั้น
สรุปคำตอบแบบฟันธง กิจกรรมไหนคือที่สุดของการชะลอกระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ
ถ้าต้องเลือกผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเพื่อตอบโจทย์การชะลอความเสื่อมของข้อต่อให้ดีที่สุด เราจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานตามสภาพร่างกายหน้างาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด
• กลุ่มที่มีอาการเจ็บเข่าแล้ว หรือน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ผู้ชนะคือ "การปั่นจักรยาน" และ "การเดิน" เพราะเป้าหมายหลักของกลุ่มนี้คือการลดแรงกดทับให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับเน้นเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าเพื่อช่วยพยุงข้อต่อ
• กลุ่มที่ร่างกายยังปกติ แต่อยากป้องกันความเสื่อมล่วงหน้า ผู้ชนะคือ "การเดินสลับวิ่ง" เพราะร่างกายยังต้องการแรงกระแทกในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้กระดูกอ่อนคงความยืดหยุ่นและหนาตัวอยู่เสมอ การวิ่งเหยาะ ๆ บนพื้นผิวที่นุ่ม เช่น สนามหญ้า หรือลู่ยาง จึงตอบโจทย์การสร้างความแข็งแรงในระยะยาวได้ดีที่สุด
พออายุเริ่มขยับเข้าใกล้เลขสามเลขสี่ เสียงดังก๊อบแก๊บในข้อต่อเวลาลุกหรือนั่งก็เริ่มตามมาประท้วงให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ จนหลายคนเริ่มจิตตกไม่กล้าขยับตัวแรง เพราะกลัวว่ากระดูกอ่อนจะสึกหรอก่อนวัยอันควร แต่รู้ไหมว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เพราะกลัวเจ็บนั่นแหละคือตัวการเร่งให้เกิดภาวะ ข้อเข่าเสื่อม ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเสียอีก! เพราะกระดูกอ่อนในข้อเข่าไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงโดยตรง มันต้องอาศัยการขยับเขยื้อนร่างกายเพื่อปั๊มน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าให้ไหลเวียนนำสารอาหารไปชุบชีวิตเนื้อเยื่อ ทีนี้พอบอกให้ออกกำลังกาย คำถามโลกแตกที่ตามมาทันทีคือ ระหว่างการเดินทอดน่อง การออกวิ่งรับลม หรือการปั่นจักรยานสองล้อ กิจกรรมไหนกันแน่ที่เป็นมิตรต่อข้อต่อและช่วยยืดอายุหัวเข่าของเราได้ทรงประสิทธิภาพที่สุด มาร่วมถอดรหัสความจริงทางการแพทย์ไปพร้อมกันเลย
ปั่นจักรยาน ทางเลือกนุ่มนวลที่ช่วยเซฟข้อต่อได้อย่างน่าอัศจรรย์
สาเหตุที่การปั่นจักรยานดีต่อคนที่มีความเสี่ยงภาวะ ข้อเข่าเสื่อม เป็นเพราะน้ำหนักตัวส่วนใหญ่ของเราจะถูกโอนย้ายไปลงที่อานจักรยานเรียบร้อยแล้ว เข่าของเราจึงไม่ต้องแบกรับแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวโดยตรงเหมือนกับการออกกำลังกายบนพื้นราบ ในขณะที่เรากำลังปั่น ขาของเราจะเคลื่อนไหวเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขบวนการนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อได้ดีมาก แถมยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ทำหน้าที่เหมือนเบรกมือคอยลดแรงกดทับที่จะตกลงสู่ลูกสะบ้าหัวเข่าของคุณเวลาเดินหรือขึ้นลงบันไดในชีวิตประจำวัน
การเดิน VS การวิ่ง สรุปแล้วแรงกระแทกทำร้ายหรือช่วยสร้างเข่ากันแน่
ขยับมาดูการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดอย่างการเดิน และการวิ่งที่มีข้อถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าสรุปแล้วมันส่งผลดีหรือผลเสียต่อข้อต่อของเรากันแน่ หากวัดกันที่ความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ "การเดิน" ย่อมเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะกับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก เพราะจะมีเท้าข้างหนึ่งแตะพื้นอยู่ตลอดเวลา แรงกระแทกที่สะท้อนกลับขึ้นมาที่หัวเข่าจึงต่ำมาก
แต่สำหรับ "การวิ่ง" นั้น มีข้อมูลงานวิจัยยุคใหม่ที่พลิกความเชื่อเดิม ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง! หลายคนคิดว่าการวิ่งจะทำให้ ข้อเข่าเสื่อม เร็วขึ้น แต่ความจริงแล้ว หากเป็นการวิ่งในระดับที่พอดี (Moderate Running) แรงกระแทกที่เกิดขึ้นในจังหวะที่เท้าแตะพื้นจะกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารไปซ่อมแซมและเพิ่มความหนาแน่นให้กระดูกอ่อน รวมถึงกระดูกใต้กระดูกอ่อนให้แข็งแกร่งขึ้น คล้ายกับการเวทเทรนนิ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อโตขึ้นนั่นเอง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะวิ่งหักโหมมากเกินไป หรือวิ่งในขณะที่โครงสร้างร่างกายยังไม่พร้อมเท่านั้น
สรุปคำตอบแบบฟันธง กิจกรรมไหนคือที่สุดของการชะลอกระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ
ถ้าต้องเลือกผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเพื่อตอบโจทย์การชะลอความเสื่อมของข้อต่อให้ดีที่สุด เราจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานตามสภาพร่างกายหน้างาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด
• กลุ่มที่มีอาการเจ็บเข่าแล้ว หรือน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ผู้ชนะคือ "การปั่นจักรยาน" และ "การเดิน" เพราะเป้าหมายหลักของกลุ่มนี้คือการลดแรงกดทับให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับเน้นเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าเพื่อช่วยพยุงข้อต่อ
• กลุ่มที่ร่างกายยังปกติ แต่อยากป้องกันความเสื่อมล่วงหน้า ผู้ชนะคือ "การเดินสลับวิ่ง" เพราะร่างกายยังต้องการแรงกระแทกในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้กระดูกอ่อนคงความยืดหยุ่นและหนาตัวอยู่เสมอ การวิ่งเหยาะ ๆ บนพื้นผิวที่นุ่ม เช่น สนามหญ้า หรือลู่ยาง จึงตอบโจทย์การสร้างความแข็งแรงในระยะยาวได้ดีที่สุด
- ความคิดเห็น
- Facebook Comments







