4 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังเวลา 18:00 น. สำหรับผู้มีภาวะไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง
โดย:
RobRuThai
[IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-06-24 12:48:42
4 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังเวลา 18:00 น. สำหรับผู้มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง
พฤติกรรมในช่วงเย็นสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ของคุณ และนี่คือสิ่งที่คุณควรอยู่ให้ห่างไกล
ประเด็นสำคัญ
ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ และพฤติกรรมในช่วงเย็นส่งผลต่อระดับนี้โดยตรง
การลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว การลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายสามารถช่วยได้
การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร (ไฟเบอร์) สูง ไขมันดี และอาหารธรรมชาติที่ผ่านการขัดสีน้อย (Whole foods) มีส่วนช่วยลดไตรกลีเซอไรด์เช่นกัน
คนส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นเคยกับคำว่าคอเลสเตอรอล แต่ยังมีตัวเลขอีกชุดหนึ่งในผลตรวจเลือดของคุณที่คุ้มค่าต่อการใส่ใจ นั่นคือ "ไตรกลีเซอไรด์" (Triglycerides) ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด โดยจะถูกผลิตขึ้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนพลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะแคลอรีที่มาจากอาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี ให้กลายมาเป็นพลังงานสำรองที่กักเก็บไว้ แม้ไตรกลีเซอไรด์บางส่วนจะมีความสำคัญในการให้พลังงานและสนับสนุนสุขภาพ แต่หากระดับไตรกลีเซอไรด์สูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน สิ่งนี้จะสร้างปัญหาต่อสุขภาพหัวใจของคุณ เช่น การเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
การรักษาระดับไตรกลีเซอไรด์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหัวใจของคุณต้องพึ่งพามัน ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากมันมีส่วนทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวหรือผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้น
ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสามารถส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ของคุณได้ ตั้งแต่การนั่งกินขนมหวานขบเคี้ยวบนโซฟาอย่างเพลิดเพลิน ไปจนถึงเครื่องดื่มที่คุณเลือกดื่มในตอนเย็น และนี่คือพฤติกรรมช่วงเย็นบางประการที่ต้องระมัดระวังหากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง
4 พฤติกรรมช่วงเย็นที่ควรหลีกเลี่ยง
1. การรับประทานน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวในปริมาณมาก
อาหารที่มีน้ำตาลแฝงและคาร์โบไฮเดรตขัดสีสูง เช่น เครื่องดื่มรสหวานและขนมปังขาว มีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีเหล่านี้จะเคลื่อนตัวผ่านระบบย่อยอาหารอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากอาหารธรรมชาติที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งจะย่อยได้ช้ากว่า ส่งผลให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตับจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ด้วยการเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้กลายเป็นไขมัน และเข้าสู่กระแสเลือดในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์
การลดปริมาณการบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาลแฝงในภาพรวมจะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ลงได้ วิธีการที่ได้ผลดีคือการคิดถึงอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่คุณสามารถรับประทานเพิ่มเข้าไปได้ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณต้องตัดออกเพียงอย่างเดียว
การเพิ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grains) ผลไม้สด และมันเทศ เข้าไปในมื้ออาหารให้บ่อยขึ้นคือจุดเริ่มต้นที่ดี แน่นอนว่าคุณยังคงสามารถรับประทานขนมหวานจานโปรดที่ทำจากแป้งขัดสีอย่างขนมอบได้อยู่บ้าง แต่ให้ลองจับคู่มันเข้ากับอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น พุดดิ้งเมล็ดเจีย หรือถั่วเปลือกแข็งให้บ่อยขึ้นหากคุณกังวลเรื่องไตรกลีเซอไรด์
2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณมากหรือเมื่อดื่มร่วมกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สามารถทำให้ไตรกลีเซอไรด์พุ่งสูงขึ้นได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้ตับผลิตไขมันมากขึ้น
ตับจะให้ความสำคัญกับกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ก่อนการสลายไขมัน และจะเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินที่ได้รับเข้าไปให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมน้ำเชื่อม น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม จะยิ่งทำให้ผลกระทบนี้รุนแรงขึ้น สำหรับผู้ที่มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราว หรือลดปริมาณลงให้ไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน
3. การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
รูปแบบการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย และไขมันวัว (Tallow) สามารถมีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้
การได้รับไขมันอิ่มตัวที่มากเกินไปสามารถเพิ่มการผลิตไตรกลีเซอไรด์ของตับ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือมีระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมดังกล่าวอาจมาในรูปแบบของการรับประทานชีสเบอร์เกอร์เป็นมื้อเย็น หรือการหยิบไอศกรีมมารับประทานในช่วงค่ำ
เพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดีต่อสุขภาพ ควรพิจารณาเปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวมาเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดี) แทน เช่น อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง และปลาทะเลที่มีไขมันสูง
4. การใช้เวลาตลอดทั้งเย็นอยู่บนโซฟา
ระดับไตรกลีเซอไรด์สามารถพุ่งสูงขึ้นได้เมื่อคุณมีพฤติกรรมเน้นการนั่งๆ นอนๆ (Sedentary) และขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ
การหยุดนิ่งอยู่กับที่จะขัดขวางไม่ให้ร่างกายนำไขมันและน้ำตาลที่เวียนอยู่ในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะไปเพิ่มภาวะดื้อต่ออินซูลินและยกระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดโดยตรง
แม้ว่าการทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีหลังมื้อเย็นจะเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่ควรลองเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ เข้าไปในเวลาช่วงเย็นของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่น การเปิดเพลงเต้นในห้องครัว หรือการทำท่าสควอท (Squats) ในระหว่างนั่งชมโทรทัศน์
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดีต่อสุขภาพ
เพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดียิ่งขึ้น พฤติกรรมการดำเนินชีวิต รวมถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยคุณได้ดังนี้:
รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3: ปลาแซลมอน, ปลาเทราต์, เมล็ดเจีย และเมล็ดแฟลกซ์ ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี ให้ลองคิดถึงไขมันดีต่อใจที่คุณสามารถเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่คุณต้องตัดทิ้ง
รับประทานอาหารธรรมชาติและผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด (Whole foods): อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูงเป็นพิเศษ (Ultra-processed foods) สามารถกระตุ้นให้ระดับอินซูลินพุ่งสูง สร้างภาระหนักให้แก่ตับ และเพิ่มการผลิตรวมถึงการไหลเวียนของไตรกลีเซอไรด์ได้
ขยับร่างกายให้บ่อยขึ้น: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ พยายามผสมผสานกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายที่คุณทำแล้วมีความสุขเข้ามาในชีวิตให้บ่อยขึ้น เพราะเรามีแนวโน้มที่จะทำมันได้อย่างต่อเนื่องยาวนานหากเราเพลิดเพลินกับสิ่งกำลังทำ
รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง: เช่น ผลไม้, ผัก, ธัญพืชเต็มเมล็ด และพืชตระกูลถั่ว อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงจะช่วยชะลอการย่อยอาหาร ลดการพุ่งสูงของอินซูลิน และลดความจำเป็นของตับในการเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์
สรุปมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเรียนสมอง ซึ่งพฤติกรรมหลังเวลา 18:00 น. มีส่วนกำหนดตัวเลขนี้อย่างมาก การปรับเปลี่ยนมื้อค่ำโดยลดอาหารแป้งขัดสี น้ำตาลแฝง และไขมันอิ่มตัว แล้วหันมาทดแทนด้วยไขมันดีกับผักที่มีไฟเบอร์สูง ควบคู่ไปกับการจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการลุกขึ้นมาขยับร่างกายเบาๆ หลังอาหารแทนการนั่งแช่อยู่บนโซฟา จะช่วยขัดขวางไม่ให้ตับเร่งผลิตไขมันส่วนเกินเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้คุณมีระบบเผาผลาญที่ดีและปกป้องสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
พฤติกรรมในช่วงเย็นสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ของคุณ และนี่คือสิ่งที่คุณควรอยู่ให้ห่างไกล
ประเด็นสำคัญ
ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ และพฤติกรรมในช่วงเย็นส่งผลต่อระดับนี้โดยตรง
การลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว การลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายสามารถช่วยได้
การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร (ไฟเบอร์) สูง ไขมันดี และอาหารธรรมชาติที่ผ่านการขัดสีน้อย (Whole foods) มีส่วนช่วยลดไตรกลีเซอไรด์เช่นกัน
คนส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นเคยกับคำว่าคอเลสเตอรอล แต่ยังมีตัวเลขอีกชุดหนึ่งในผลตรวจเลือดของคุณที่คุ้มค่าต่อการใส่ใจ นั่นคือ "ไตรกลีเซอไรด์" (Triglycerides) ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด โดยจะถูกผลิตขึ้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนพลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะแคลอรีที่มาจากอาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี ให้กลายมาเป็นพลังงานสำรองที่กักเก็บไว้ แม้ไตรกลีเซอไรด์บางส่วนจะมีความสำคัญในการให้พลังงานและสนับสนุนสุขภาพ แต่หากระดับไตรกลีเซอไรด์สูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน สิ่งนี้จะสร้างปัญหาต่อสุขภาพหัวใจของคุณ เช่น การเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
การรักษาระดับไตรกลีเซอไรด์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหัวใจของคุณต้องพึ่งพามัน ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากมันมีส่วนทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวหรือผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้น
ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสามารถส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ของคุณได้ ตั้งแต่การนั่งกินขนมหวานขบเคี้ยวบนโซฟาอย่างเพลิดเพลิน ไปจนถึงเครื่องดื่มที่คุณเลือกดื่มในตอนเย็น และนี่คือพฤติกรรมช่วงเย็นบางประการที่ต้องระมัดระวังหากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง
4 พฤติกรรมช่วงเย็นที่ควรหลีกเลี่ยง
1. การรับประทานน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวในปริมาณมาก
อาหารที่มีน้ำตาลแฝงและคาร์โบไฮเดรตขัดสีสูง เช่น เครื่องดื่มรสหวานและขนมปังขาว มีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีเหล่านี้จะเคลื่อนตัวผ่านระบบย่อยอาหารอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากอาหารธรรมชาติที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งจะย่อยได้ช้ากว่า ส่งผลให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตับจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ด้วยการเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้กลายเป็นไขมัน และเข้าสู่กระแสเลือดในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์
การลดปริมาณการบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาลแฝงในภาพรวมจะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ลงได้ วิธีการที่ได้ผลดีคือการคิดถึงอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่คุณสามารถรับประทานเพิ่มเข้าไปได้ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณต้องตัดออกเพียงอย่างเดียว
การเพิ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole grains) ผลไม้สด และมันเทศ เข้าไปในมื้ออาหารให้บ่อยขึ้นคือจุดเริ่มต้นที่ดี แน่นอนว่าคุณยังคงสามารถรับประทานขนมหวานจานโปรดที่ทำจากแป้งขัดสีอย่างขนมอบได้อยู่บ้าง แต่ให้ลองจับคู่มันเข้ากับอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น พุดดิ้งเมล็ดเจีย หรือถั่วเปลือกแข็งให้บ่อยขึ้นหากคุณกังวลเรื่องไตรกลีเซอไรด์
2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณมากหรือเมื่อดื่มร่วมกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สามารถทำให้ไตรกลีเซอไรด์พุ่งสูงขึ้นได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้ตับผลิตไขมันมากขึ้น
ตับจะให้ความสำคัญกับกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ก่อนการสลายไขมัน และจะเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินที่ได้รับเข้าไปให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมน้ำเชื่อม น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม จะยิ่งทำให้ผลกระทบนี้รุนแรงขึ้น สำหรับผู้ที่มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราว หรือลดปริมาณลงให้ไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน
3. การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
รูปแบบการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย และไขมันวัว (Tallow) สามารถมีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้
การได้รับไขมันอิ่มตัวที่มากเกินไปสามารถเพิ่มการผลิตไตรกลีเซอไรด์ของตับ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือมีระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมดังกล่าวอาจมาในรูปแบบของการรับประทานชีสเบอร์เกอร์เป็นมื้อเย็น หรือการหยิบไอศกรีมมารับประทานในช่วงค่ำ
เพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดีต่อสุขภาพ ควรพิจารณาเปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวมาเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดี) แทน เช่น อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง และปลาทะเลที่มีไขมันสูง
4. การใช้เวลาตลอดทั้งเย็นอยู่บนโซฟา
ระดับไตรกลีเซอไรด์สามารถพุ่งสูงขึ้นได้เมื่อคุณมีพฤติกรรมเน้นการนั่งๆ นอนๆ (Sedentary) และขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ
การหยุดนิ่งอยู่กับที่จะขัดขวางไม่ให้ร่างกายนำไขมันและน้ำตาลที่เวียนอยู่ในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะไปเพิ่มภาวะดื้อต่ออินซูลินและยกระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดโดยตรง
แม้ว่าการทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีหลังมื้อเย็นจะเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่ควรลองเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ เข้าไปในเวลาช่วงเย็นของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่น การเปิดเพลงเต้นในห้องครัว หรือการทำท่าสควอท (Squats) ในระหว่างนั่งชมโทรทัศน์
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดีต่อสุขภาพ
เพื่อระดับไตรกลีเซอไรด์ที่ดียิ่งขึ้น พฤติกรรมการดำเนินชีวิต รวมถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยคุณได้ดังนี้:
รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3: ปลาแซลมอน, ปลาเทราต์, เมล็ดเจีย และเมล็ดแฟลกซ์ ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี ให้ลองคิดถึงไขมันดีต่อใจที่คุณสามารถเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่คุณต้องตัดทิ้ง
รับประทานอาหารธรรมชาติและผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด (Whole foods): อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูงเป็นพิเศษ (Ultra-processed foods) สามารถกระตุ้นให้ระดับอินซูลินพุ่งสูง สร้างภาระหนักให้แก่ตับ และเพิ่มการผลิตรวมถึงการไหลเวียนของไตรกลีเซอไรด์ได้
ขยับร่างกายให้บ่อยขึ้น: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ พยายามผสมผสานกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายที่คุณทำแล้วมีความสุขเข้ามาในชีวิตให้บ่อยขึ้น เพราะเรามีแนวโน้มที่จะทำมันได้อย่างต่อเนื่องยาวนานหากเราเพลิดเพลินกับสิ่งกำลังทำ
รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง: เช่น ผลไม้, ผัก, ธัญพืชเต็มเมล็ด และพืชตระกูลถั่ว อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงจะช่วยชะลอการย่อยอาหาร ลดการพุ่งสูงของอินซูลิน และลดความจำเป็นของตับในการเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์
สรุปมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเรียนสมอง ซึ่งพฤติกรรมหลังเวลา 18:00 น. มีส่วนกำหนดตัวเลขนี้อย่างมาก การปรับเปลี่ยนมื้อค่ำโดยลดอาหารแป้งขัดสี น้ำตาลแฝง และไขมันอิ่มตัว แล้วหันมาทดแทนด้วยไขมันดีกับผักที่มีไฟเบอร์สูง ควบคู่ไปกับการจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการลุกขึ้นมาขยับร่างกายเบาๆ หลังอาหารแทนการนั่งแช่อยู่บนโซฟา จะช่วยขัดขวางไม่ให้ตับเร่งผลิตไขมันส่วนเกินเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้คุณมีระบบเผาผลาญที่ดีและปกป้องสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
- ความคิดเห็น
- Facebook Comments







