ไฟไหม้บ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากแก๊ส แต่เกิดจากอะไร? เปิดสถิติภัยเงียบใกล้ตัว
โดย:
RobRuThai
[IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-07-02 14:13:55
ไฟไหม้บ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากแก๊ส แต่เกิดจากอะไร? เปิดสถิติภัยเงียบใกล้ตัว
เวลาที่ได้ยินข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่พักอาศัย สิ่งแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงในหัวคือภาพของถังแก๊สหุงต้มระเบิด หรือแก๊สรั่วในห้องครัวใช่ไหม? แต่เชื่อมลบไหมว่าข้อมูลทางสถิติจากกองบังคับการตำรวจดับเพลิงและหน่วยงานกู้ภัยกลับชี้ไปในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านส่วนใหญ่ในแต่ละปีไม่ได้มีต้นตอมาจากระบบแก๊สประกอบอาหารเลย แต่กลับมีสาเหตุหลักมาจากสิ่งที่เราใช้งานอยู่ทุกวินาทีและอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดจนแทบไม่มีใครระแวง ทว่าเรื่องที่น่าเศร้าก็คือ บ้านเรือนจำนวนมากยังคงละเลยการติดตั้งระบบป้องกันพื้นฐาน โดยเฉพาะการจัดวาง เครื่องดับเพลิง ประจำบ้านที่เปรียบเสมือนด่านแรกในการระงับเหตุก่อนที่ประกายไฟดวงเล็กๆ จะลุกลามจนกลายเป็นเพลิงพิบัติวอดวายไปทั้งหลัง การทำความเข้าใจต้นเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงและปกป้องคนที่เรารักได้อย่างปลอดภัย
ส่อง 3 ต้นตอตัวจริงที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านมากที่สุด
เมื่อแก๊สหุงต้มไม่ใช่จำเลยอันดับหนึ่ง แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดประกายไฟเผาผลาญบ้านเรือน? จากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าภัยเงียบเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นจากความเคยชินและความประมาทเลินเล่อในชีวิตประจำวันเป็นหลัก
• กระแสไฟฟ้าลัดวงจร นี่คือแชมป์อันดับหนึ่งตลอดกาลของสาเหตุไฟไหม้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากระบบสายไฟที่เก่าและเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน (ใช้งานเกิน 15-20 ปีขึ้นไป) การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงพร้อมๆ กันในปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. จนเกิดความร้อนสะสม เส้นลวดทองแดงละลายเข้าหากันและเกิดประกายไฟกระเด็นไปโดนวัตถุไวไฟรอบข้าง
• ความประมาทจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้ อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตตามความเชื่อและวิถีชีวิต การจุดธูปเทียนบูชาพระแล้วเดินออกจากบ้าน หรือเข้านอนโดยไม่รอให้ไฟดับสนิท ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างอาจพัดเอาเปลวไฟไปติดกับผ้าม่าน หรือเทียนไขละลายล้มลงมาใส่พรมเช็ดเท้าจนกลายเป็นกองเพลิงได้อย่างรวดเร็ว
• พฤติกรรมการก้นบุหรี่และการลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า การสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงในถังขยะที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษ หรือการสูบบุหรี่บนเตียงนอนจนเผลอหลับไป รวมถึงการเสียบปลั๊กพัดลมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืนจนมอเตอร์เกิดความร้อนจัดและไหม้ตัวเองในที่สุด
ทำความรู้จักประเภทของไฟ เลือกเครื่องมือช่วยชีวิตให้ตรงงาน
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา การเข้าไประงับเหตุได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 นาทีแรกคือดัชนีชี้วัดความรอดชีวิต ซึ่งการใช้ความร้อนดับไฟต้องเลือกใช้ประเภทของสารเคมีดับเพลิงให้ถูกต้องกับแหล่งกำเนิดไฟด้วยเช่นกัน
1. ไฟประเภท A (Class A) เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติก สารดับเพลิงที่เหมาะคือถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือถังชนิดน้ำสะสมแรงดัน
2. ไฟประเภท B (Class B) เกิดจากของเหลวไวไฟและแก๊สต่างๆ เช่น น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ แก๊สหุงต้ม ควรใช้เครื่องดับเพลิงชนิดโฟม หรือชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อเข้าไปตัดออกซิเจนรอบๆ กองไฟ
3. ไฟประเภท C (Class C) เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ห้ามใช้น้ำดับเด็ดขาดเพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า อาจโดนไฟดูดซ้ำซ้อนได้ ต้องใช้ถังดับเพลิงชนิดก๊าซ CO2 หรือสารสะอาดระเหยที่ไม่นำไฟฟ้าและไม่ทำลายแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
เทคนิคการจัดวางและติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงในบ้านอย่างถูกหลัก
การมี เครื่องดับเพลิง ติดบ้านไว้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่จะไร้ประโยชน์ทันทีหากถึงเวลาใช้งานจริงแล้วไม่มีใครหาเจอ หรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพจนกดไม่ออก การจัดสรรตำแหน่งและการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
ควรติดตั้งถังดับเพลิงไว้ในจุดที่มองเห็นได้ง่ายและทุกคนในบ้านเข้าถึงได้สะดวก เช่น บริเวณโถงบันได ทางเดินหลัก หรือใกล้ๆ ประตูทางออก ห้ามนำไปซ่อนไว้ในตู้เก็บของหรือหลังตู้เสื้อผ้าเด็ดขาด ความสูงในการติดตั้งควรให้มือจับอยู่สูงจากพื้นประมาณ 1-1.5 เมตร เพื่อไม่ให้ต่ำเกินไปจนเด็กเอื้อมเล่นและไม่สูงเกินไปจนผู้หญิงยกไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้น ในทุกๆ เดือน เจ้าของบ้านควรหมั่นตรวจสอบเกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) บนตัวถัง โดยเข็มวัดจะต้องชี้อยู่ตรงช่องสีเขียวเสมอ หากเข็มตกไปทางซ้ายแสดงว่าแรงดันรั่วซึม ต้องรีบส่งเติมน้ำยาใหม่ทันที ส่วนถังชนิดผงเคมีแห้ง ควรยกถังคว่ำขึ้นคว่ำลงเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผงเคมีด้านในจับตัวเป็นก้อนแข็งเวลาที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
สร้างแผนซักซ้อมหนีไฟเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของครอบครัว
สุดท้ายแล้ว เครื่องมือที่ดีที่สุดในการรับมือกับอัคคีภัยไม่ใช่แค่ตัวถังดับเพลิงเหล็กสีแดง แต่คือ "สติ" และความรู้ของผู้อยู่อาศัยทุกคนภายในบ้าน
ครอบครัวควรมีการพูดคุยและกำหนดเส้นทางหนีไฟสำรองไว้เสมอ เผื่อในกรณีที่ทางเดินหลักถูกเปลวไฟหรือกลุ่มควันหนาทึบบดบังเอาไว้ ฝึกสอนให้เด็กๆ และผู้สูงอายุรู้วิธีการคลานต่ำราบไปกับพื้นเพื่อหลบกลุ่มควันพิษ ซึ่งควันไฟเหล่านี้คือตัวการหลักที่ทำให้คนเสียชีวิตมากกว่าเปลวไฟเสียอีก เนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะทำให้หมดสติอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการซักซ้อมและจัดหาอุปรณ์เซฟตี้พื้นฐาน จะช่วยเปลี่ยนจากความเสี่ยงร้ายแรงให้กลายเป็นความอุ่นใจ ช่วยให้บ้านของคุณเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ วัน
เวลาที่ได้ยินข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่พักอาศัย สิ่งแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงในหัวคือภาพของถังแก๊สหุงต้มระเบิด หรือแก๊สรั่วในห้องครัวใช่ไหม? แต่เชื่อมลบไหมว่าข้อมูลทางสถิติจากกองบังคับการตำรวจดับเพลิงและหน่วยงานกู้ภัยกลับชี้ไปในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านส่วนใหญ่ในแต่ละปีไม่ได้มีต้นตอมาจากระบบแก๊สประกอบอาหารเลย แต่กลับมีสาเหตุหลักมาจากสิ่งที่เราใช้งานอยู่ทุกวินาทีและอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดจนแทบไม่มีใครระแวง ทว่าเรื่องที่น่าเศร้าก็คือ บ้านเรือนจำนวนมากยังคงละเลยการติดตั้งระบบป้องกันพื้นฐาน โดยเฉพาะการจัดวาง เครื่องดับเพลิง ประจำบ้านที่เปรียบเสมือนด่านแรกในการระงับเหตุก่อนที่ประกายไฟดวงเล็กๆ จะลุกลามจนกลายเป็นเพลิงพิบัติวอดวายไปทั้งหลัง การทำความเข้าใจต้นเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเสี่ยงและปกป้องคนที่เรารักได้อย่างปลอดภัย
ส่อง 3 ต้นตอตัวจริงที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านมากที่สุด
เมื่อแก๊สหุงต้มไม่ใช่จำเลยอันดับหนึ่ง แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดประกายไฟเผาผลาญบ้านเรือน? จากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าภัยเงียบเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นจากความเคยชินและความประมาทเลินเล่อในชีวิตประจำวันเป็นหลัก
• กระแสไฟฟ้าลัดวงจร นี่คือแชมป์อันดับหนึ่งตลอดกาลของสาเหตุไฟไหม้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากระบบสายไฟที่เก่าและเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน (ใช้งานเกิน 15-20 ปีขึ้นไป) การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงพร้อมๆ กันในปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. จนเกิดความร้อนสะสม เส้นลวดทองแดงละลายเข้าหากันและเกิดประกายไฟกระเด็นไปโดนวัตถุไวไฟรอบข้าง
• ความประมาทจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้ อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตตามความเชื่อและวิถีชีวิต การจุดธูปเทียนบูชาพระแล้วเดินออกจากบ้าน หรือเข้านอนโดยไม่รอให้ไฟดับสนิท ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างอาจพัดเอาเปลวไฟไปติดกับผ้าม่าน หรือเทียนไขละลายล้มลงมาใส่พรมเช็ดเท้าจนกลายเป็นกองเพลิงได้อย่างรวดเร็ว
• พฤติกรรมการก้นบุหรี่และการลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า การสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงในถังขยะที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษ หรือการสูบบุหรี่บนเตียงนอนจนเผลอหลับไป รวมถึงการเสียบปลั๊กพัดลมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืนจนมอเตอร์เกิดความร้อนจัดและไหม้ตัวเองในที่สุด
ทำความรู้จักประเภทของไฟ เลือกเครื่องมือช่วยชีวิตให้ตรงงาน
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา การเข้าไประงับเหตุได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 นาทีแรกคือดัชนีชี้วัดความรอดชีวิต ซึ่งการใช้ความร้อนดับไฟต้องเลือกใช้ประเภทของสารเคมีดับเพลิงให้ถูกต้องกับแหล่งกำเนิดไฟด้วยเช่นกัน
1. ไฟประเภท A (Class A) เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติก สารดับเพลิงที่เหมาะคือถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง หรือถังชนิดน้ำสะสมแรงดัน
2. ไฟประเภท B (Class B) เกิดจากของเหลวไวไฟและแก๊สต่างๆ เช่น น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ แก๊สหุงต้ม ควรใช้เครื่องดับเพลิงชนิดโฟม หรือชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อเข้าไปตัดออกซิเจนรอบๆ กองไฟ
3. ไฟประเภท C (Class C) เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ห้ามใช้น้ำดับเด็ดขาดเพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า อาจโดนไฟดูดซ้ำซ้อนได้ ต้องใช้ถังดับเพลิงชนิดก๊าซ CO2 หรือสารสะอาดระเหยที่ไม่นำไฟฟ้าและไม่ทำลายแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
เทคนิคการจัดวางและติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงในบ้านอย่างถูกหลัก
การมี เครื่องดับเพลิง ติดบ้านไว้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่จะไร้ประโยชน์ทันทีหากถึงเวลาใช้งานจริงแล้วไม่มีใครหาเจอ หรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพจนกดไม่ออก การจัดสรรตำแหน่งและการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
ควรติดตั้งถังดับเพลิงไว้ในจุดที่มองเห็นได้ง่ายและทุกคนในบ้านเข้าถึงได้สะดวก เช่น บริเวณโถงบันได ทางเดินหลัก หรือใกล้ๆ ประตูทางออก ห้ามนำไปซ่อนไว้ในตู้เก็บของหรือหลังตู้เสื้อผ้าเด็ดขาด ความสูงในการติดตั้งควรให้มือจับอยู่สูงจากพื้นประมาณ 1-1.5 เมตร เพื่อไม่ให้ต่ำเกินไปจนเด็กเอื้อมเล่นและไม่สูงเกินไปจนผู้หญิงยกไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้น ในทุกๆ เดือน เจ้าของบ้านควรหมั่นตรวจสอบเกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) บนตัวถัง โดยเข็มวัดจะต้องชี้อยู่ตรงช่องสีเขียวเสมอ หากเข็มตกไปทางซ้ายแสดงว่าแรงดันรั่วซึม ต้องรีบส่งเติมน้ำยาใหม่ทันที ส่วนถังชนิดผงเคมีแห้ง ควรยกถังคว่ำขึ้นคว่ำลงเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผงเคมีด้านในจับตัวเป็นก้อนแข็งเวลาที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
สร้างแผนซักซ้อมหนีไฟเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของครอบครัว
สุดท้ายแล้ว เครื่องมือที่ดีที่สุดในการรับมือกับอัคคีภัยไม่ใช่แค่ตัวถังดับเพลิงเหล็กสีแดง แต่คือ "สติ" และความรู้ของผู้อยู่อาศัยทุกคนภายในบ้าน
ครอบครัวควรมีการพูดคุยและกำหนดเส้นทางหนีไฟสำรองไว้เสมอ เผื่อในกรณีที่ทางเดินหลักถูกเปลวไฟหรือกลุ่มควันหนาทึบบดบังเอาไว้ ฝึกสอนให้เด็กๆ และผู้สูงอายุรู้วิธีการคลานต่ำราบไปกับพื้นเพื่อหลบกลุ่มควันพิษ ซึ่งควันไฟเหล่านี้คือตัวการหลักที่ทำให้คนเสียชีวิตมากกว่าเปลวไฟเสียอีก เนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะทำให้หมดสติอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการซักซ้อมและจัดหาอุปรณ์เซฟตี้พื้นฐาน จะช่วยเปลี่ยนจากความเสี่ยงร้ายแรงให้กลายเป็นความอุ่นใจ ช่วยให้บ้านของคุณเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ วัน
- ความคิดเห็น
- Facebook Comments







